แมวดำ ถูกตราหน้าว่าชั่วจึงต้องตาย

 

 

 

หลายชาตินั้นมีความเชือว่า แมวดำ นั้นเป็นตัวนำพาสิ่งโชคร้ายเข้ามา โดยวันที่ 17 พฤศจิกายนเป็นวันแมวดำ ของอิตาลี เพื่อรณรงค์ให้หยุดยั้งการฆ่าแมวดำ ของชาวอิตาเลียนบางกลุ่มเหตุที่มีวันนี้เป็นเพราะสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์และรักษ์สิ่งแวดล้อม (AIDAA) ตั้งขึ้นมาเพื่อหยุดยั้งการฆ่าแมวดำของชาวอิตาเลียนบางกลุ่ม ที่มีความเชื่อว่า “แมวดำ” นำโชคร้ายมาให้หลายชาติ มีความเชื่อว่า “แมวดำ” เป็นตัวซวย นำพาโชคร้ายสิ่งอัปมงคลเข้ามา โดยความเชื่อนี้เกิดขึ้นตั้งแต่พระสันตะปาปาในสมัยกลางเชื่อว่า “แมวดำ” เป็นเครื่องมือของปีศาจ จึงมีการจับแมวดำโยนไปในกองไฟพร้อมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด

นายลอเรนโซ่ โครเช่ ประธานสมาคมเปิดเผยว่าเมื่อปีที่แล้วมี แมวดำ” ถูกสังหารในอิตาลีราว 60,000 ตัว ด้วยสาเหตุใหญ่ๆ 3 ประการคือ เพราะต้องการขับไล่โชคร้าย นำไปเป็นส่วนประกอบของพิธีกรรมของผู้นับถือซาตาน และนำไปใช้ในห้องทดลองด้านความงามเนื่องจากขนแมวสีดำให้ผลทางการทดลองดีที่สุด ในการแก้ปัญหาด้านความเชื่อนั้น ทางสมาคมได้ตั้งจุดให้ความรู้ด้านแมวดำกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เรียกร้องให้ผู้ใจบุญนำแมวดำไปเลี้ยง รวมทั้งถวายฎีกาต่อพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์เป็นผู้ที่รักแมวและจะเป็นการดีอย่างยิ่งถ้าพระองค์กล่าวต่อฝูงชนโดยชี้ว่าเรื่องเข้าใจผิดที่มีต่อแมวดำนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ

 

ข้อมูล: มติชน
ภาพประกอบจากอินเทอร์เนท

แปลก! แมวมีปีก เหมือนนก

วันนี้มีเรื่องแปลกๆ ของเจ้าเหมียวมาฝากละค๊าบ

หญิงชราชาวจีนอ้างว่า แมวเหมียวที่แกเลี้ยงไว้ เกิดปรากฏการณ์ผิดปกติเหลือเชื่อเหนือธรรมชาติ…จู่ๆก็มี “ปีก” สองอันงอกออกมายาวเฟื้อย!?

 

สำนักข่าวฮั้วซ่างนิวส์รายงานว่า แมวเพศผู้ สัตว์เลี้ยงแสนรักสุดเลิฟของ นางเฟิง ราษฎรเมืองเสี้ยนหยาง มณฑลส้านสี สาธารณรัฐประชาชนจีน เติบโตตามลำดับเหมือนวิฬาร์ทั้งหลาย กระทั่งย่างสู่ วัยหนุ่มฉกรรจ์หน้าตาหล่อเหลาบ้องแบ๊ว

จึงมีบรรดาแมวสาวส่งสายตาปิ๊งๆ ทอดสะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก เชิญชวนยวนยั่วขอร่วมเสพสมเพิ่มผลิตผลประชาชนแมว จรรโลงสัตว์โลกสายพันธุ์ วิฬาร์ให้คงอยู่คู่โลกา

“แต่แปลกประหลาดแฮะ ไอ้เหมียวไม่ยักสนใจแมวสาวๆ แถมสำแดงอาการโกรธเกรี้ยวขนลุกชูชัน ส่งเสียงเมี้ยวม้าวลั่น ขับไล่แมวตัวเมียกระเจิง ครั้นโดนตามตื๊อหนักเข้า…ก็ปรากฏปุ่มตะโหงกสองก้อน งอกขึ้นมาบริเวณหัวไหล่ ปุ่มดังกล่าวเจริญเติบโตยาวเฟื้อยอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขนยาวสี่นิ้วปกคลุม เวลาผ่านพ้นเดือนเดียวก็แน่ชัดนั่นคือ ปีก ภายในมีกระดูกรองรับ เพียงแต่ไม่อาจบินได้เท่านั้นเอง… มันเหมือนเทพบุตรวิฬาร์เชียวหละ” อาม่าเฟิงจินตนาการ

ด้านสัตวแพทย์บอกมิมีอะไรบนกอไผ่ นอกจากหน่วยพันธุกรรมในโครโมโซมหรือยีน (gene) ผิดปกติ แต่ไม่ส่งผลร้ายใดๆต่อการดำรงชีวิตเจ้าเหมียว

ข้อมูลและภาพจาก : kapook.com
                         ไทยรัฐ

ทำไมแมวไม่ชอบน้ำ

บ้านไหนที่มีแมว เคยสังเกตหรือไม่ว่าทำไมแมวถึงไม่ชอบน้ำคนส่วนใหญ่หลงคิดไปว่าแมวกลัวน้ำ นานๆ ครั้งอาจได้เห็นแมวกระโจนลงน้ำด้วยความสมัครใจแมวอยู่ในสัตว์จำพวกฟีไลน์ (ตระกูลเฟลิดี) เช่นเดียวกับเสือโคร่งและจากัวร์ซึ่งโปรดปรานการกระโจนลงไปแหวกว่ายอยู่ในน้ำ

          เคยมีเรื่องเล่ากันว่าจากัวร์กระโจนลงน้ำเพื่อกัดจระเข้แมวบ้านที่ไม่มีเจ้าของจะกระโจนลงน้ำเพื่อจับปลาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แล้วทำไมแมวที่เลี้ยงไม่ยอมลงน้ำเหตุผล คือแมวหลงติดความสะอาดแล้วก็ขี้เกียจ แมวจะต่างไปจากสุนัข ซึ่งขอให้เล่นสนุกด้วยอิ่มท้องด้วยก็ยิ่งดีแมวมองน้ำอย่างเหยียดหยามประเมินดูแล้วไม่คุ้มค่าที่จะต้องเลียตัวเองให้แห้งและสะอาด…เพียงเพื่อแลกกับปลาเล็กปลาน้อย

          ถ้าอยากให้แมวลงน้ำก็ลองปล่อยให้แมวอดอาหารแล้วปล่อยปลาฝูงใหญ่ลงในสระน้ำแมวหิวโหยไม่ยอมรีรออยู่บนพื้นดินแห้งๆ อย่างแน่นอน

เผยโฉม … แมวโคลนนิ่งเรืองแสง ตัวแรกของโลก

          ข่าวต่างประเทศเสนอเรื่องแปลกเผยโฉมแมวโคลนนิ่งเรืองแสงโดยแมวโคลนนิ่งเรืองแสงนี้เป็นผลงานของนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ ได้สร้างแมวถอดแบบพันธุกรรมขึ้นมาครอกหนึ่ง โดยดัดแปลงสารพันธุกรรมที่สร้างโปรตีนฟลูออเรสเซนต์ กระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาการรักษาคนไข้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับยีน

          เอเอฟพีรายงานวันที่ 12 ธ.ค. นักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติกยองซาน เปิดตัวแมวโคลนนิ่งที่ตัดแต่งใช้ยีนโปรตีนฟลูออเรสเซนต์ ทำให้ตัวมันเรืองแสงได้ในสถานที่มืด ผลงานดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะนำไปสู่การคิดค้นวิธีรักษาโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ที่เกี่ยวกับเรื่องยีน

 

          แมวชุดนี้เกิดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เป็นพันธุ์เตอร์กิช อังโกราส หนัก 3.0 และ 3.5 กิโลกรัม

          หัวหน้าทีม กง อิลคุน บอกว่า เทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำมาใช้ในการโคลนแมวที่มียีนผิดปกติได้ด้วย รวมทั้งมีประโยชน์ในการพัฒนาการรักษาโรคโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ หรือจะนำมาใช้ในการโคลนสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น เสือ เสือดาว และแมวป่าก็ยังได้

ข้อมูลจาก ข่าวสด

ภาษาบอกรัก ของน้องเหมียว

 

ถ้าเจ้าเหมียวที่บ้านพูดได้ก็คงดีสินะ เพราะเราคงจะถามมันทุกวันว่า “รักเราบ้างรึเปล่า”  แต่ถึงมันจะพูดไม่ได้ เราก็ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่จะรู้ได้ว่าแมวรักเราแค่ไหน นั่นคือการสังเกตุอากัปกิริยา ท่าทางของมัน… ถ้างั้นไปดูกันดีกว่าว่าแมวเหมียวที่บ้านของคุณมีพฤติกรรมแบบนี้บ้างมั้ยน๊า

     1. กระโดดนั่งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงออกแบบนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้

     2. ส่งเสียงร้องเรียกคุณ “เมี้ยว เมี้ยว” เบา ๆ แล้วก็ทำหน้าอ้อน ๆ ทำตาหวานใส่ แมวที่เรียบร้อยมักจะแสดงออกแบบเขินๆ แบบนี้แหละ

     3. กัดที่หน้าแข้ง หรือข้อศอกเบา ๆ เจ้าของบางคนจะไม่ชอบ และเข้าใจผิดว่าแมวดุ แต่จริง ๆแล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับจ่าฝูงก็ว่าได้ เพราะพวกนี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น

     4. นวดหลัง บางครั้งเมื่อคุณนอนอยู่จะเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบหลังคุณถ้าหากคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำบ่อย ๆ เพื่อให้คุณสบาย แมวพวกนี้จัดเป็นพวกไอคิวสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

     5. หอมแก้ม บางครั้งเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันบอกว่า “รักคุณมากเลยหล่ะ “

     6. แมวใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบาๆ อย่าพึ่งไปโกรธมันนะคะ เพราะถ้าแมวมีอาการแบบนี้ ก็ให้คุณนึกซะว่า กำลังถูกคนรักลูบหน้าอยู่ก็แล้วกัน

     7. ลูบหน้า แล้วก็ร้องเบาๆ มันบอกคุณว่า ” รักเจ้านายมากที่สุดในโลกเลย “

     8. แมวเอาตัวมาถูที่ขา แรงๆ แล้วก็ร้องดังๆ อันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวประเภทหัวโจกชอบโวยวาย

     9. กระโดดเกาะที่หลังเวลาเจ้าของนั่งลง แมวขี้เล่น หรือแมวที่ซุกซน หรือแมวเด็กๆ มักจะแสดงออกแบบนี้ ก็เหมือนกับเวลาที่ตอนคุณเด็กๆ คุณก็อยากให้พ่อ อุ้มหลังขึ้นเหมือนกัน

     10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอนหลับ อันนี้แสดงว่ารักมาก อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา แม้เวลาจะนอนหลับ

          แต่ถ้าแมวของคุณยังไม่แสดงออกแบบนี้ละก็ลองหันกลับไปดูว่า ได้ดูแลเขาได้ดีพอหรือยังถ้ายังก็ควรจะเริ่มใหม่เสียยังไม่สายจนเกินไป เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับเจ้าเหมียวอย่างไรล่ะ

 

เหมียว 4 ใบหู เจ้าของตั้งชื่อโยด้า

 

 

หนังสือพิมพ์เดลี่เมล์ ของอังกฤษ รายงานว่า นางวาเลอรี และ นายเท็ด ร็อก สามีภรรยา ชาวอเมริกัน ในเมืองชิคาโก เปิดตัวเจ้าแมวเพศผู้ ที่มีใบหูข้างละ 2 หู โดยหูที่เกินออกมามีลักษณะเรียวแหลม เหมือนตัวละคร “โยด้า” ในหนังสตาร์ วอร์ มันจึงได้ชื่อว่า โยด้า มีนิสัยคล้ายตัวละครโยด้า คือช่างสังเกต ร้องเหมียวๆ เสียงเบาไม่กลัวอะไร เข้าสังคมได้ดี

สามีภรรยาได้แมว 4 ใบหู มาเลี้ยงเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนไปเที่ยวบาร์แห่งหนึ่งใกล้บ้าน เจ้าของบาร์จับลูกแมวใส่กรงตั้งไว้เพื่อหาคนเลี้ยงดูมันอยู่ ขณะที่เหล่านักดื่มต่างมาเพ่งดูลูกแมวตัวนี้อย่างสนใจ เมื่อสามีภรรยารับมาเลี้ยง มันประจบเจ้านายใหม่ทันที ด้วยการปีนขึ้นไปที่คอและหลับอยู่ตรงไหล่ของนายเท็ด ต่อมา เมื่อโยด้าอายุ 2 เดือน นางวาเลอรีพาไปหาหมอสัตวแพทย์ประหลาดใจมาก บอกว่าไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อน จากนั้นมาครอบครัวจึงฝังชิพไว้เผื่อมันหลง หรือถูกลักพา

 

 

แมวเปอร์เซีย

วันนี้นั่งทำงานอยู่เพลินๆ ได้ยินเสียง มี๊..มี๊ ๆ ๆ มาเดินใกล้ๆ เหลือบไปเห็นต๊ายย!!! คุงพี่กราฟฟิคประจำออฟฟิต อุ้มน้องเหมียวตัวกะจิ๊ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่มาจากหน้า JJ Mall พี่เค้าเป็นชายหนุ่มที่ร๊ากสาดด (รักสัตว์) เลี้ยงสารพัดสัตว์ ทั้งกบ เขียด กิ้งก่า หมา แมวสารพัด บอกว่าจะส่งให้แม่ (คุณ) ไปเลี้ยงที่เชียงใหม่ ขนานนามว่าเจ้าเหมียวตัวน้อยว่า เจ้าหญิง เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียอายุราวสองเดือน ขนฟู ฟ่อง ร้องมี๊ๆ ซุกซนเหมือนเด็กๆ

หยิบกล้องมาแชะ ๆ อ่ะแหม๋ น้องเหมียวบ้ากล้องเหมือนคนเลยแฮะ แอ็คท่าให้ถ่ายรูปซ้าาา…ประหนึ่งว่าผีนางแบบเข้าสิงเลยทีเดียว (หุหุ) office คึกคักกันใหญ่ล่ะค่ะ..ใครผ่านไปผ่านมาเป็นต้องแวะทักทายด้วยความน่ารักของเจ้าของ และของน้องแมว (หุหุ)

กิมจิเลยเก็บข้อมูลแมวพันธุ์เปอร์เซียมาฝากกันค่ะใครอยากเลี้ยงแมวพันธุ์นี้ลองศึกษานิสัยของมันดูก่อนนะคะว่าเค้าเหมาะที่กับเราหรือไม่

 

 

 

ข้อมูลแมว พันธุ์เปอร์เซีย (Persian)
แมวเปอร์เซียร์ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบ เปอร์เซียหรืออิหร่าน ถูกนำไปเลี้ยงในประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกาเป็นเวลาเกือบร้อยปีมาแล้ว สำหรับประเทศไทยจัดเป็นแมวต่างประเทศ พันธุ์แรกที่ถูกนำมาเผยแพร่ เนื่องจากเป็นแมวที่มีอุปนิสัยอ่อนโยน สุขุมเข้ากับคนง่าย มี ความร่าเริงซุกซน ชอบประจบประแจงและมีไหวพริบ

 

ลักษณะสายพันธุ์

สี :  มีหลายสี เช่น สีชา , สีน้ำตาล , สีเหลือง , สีน้ำเงิน
รูปร่างและขนาด :  ขนาด ลำตัวใหญ่กว่าแมวไทยเล็กน้อย และขนยาวนุ่มสลวยปกคลุมทั่วร่างกาย ศีรษะกลมและกว้าง ช่วงคอสั้น ใบหูเล็ก

 

 

 

ข้อมูลจาก: petloversclub.com
ข้อมูลพันธ์แมวอื่นๆ

 
           กิมจ๊อ & กิมจิ         

 

 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 

 

พลังจากน้องเหมียว

พลังจากน้องเหมียว

คุณ ๆ ทั้งหลายที่เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนรู้ใจไปไหนพกพามันไปด้วยรู้บ้างไหมคะ ว่ามันสามารถช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้เราได้ด้วยนะ เพราะคอยเป็นเพื่อนปลอบใจไม่ว่ายามเหงา ยามเศร้า หรือช่วงที่โดนแฟนทิ้ง (หุหุ) เค้ามีเวลาให้เราเสมอ ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงน้องหมาหรือน้องแมวเค้าจะช่วยทำให้จิตใจเราอ่อนโยนขึ้น มีพลังสู้ชีวิตขึ้นเพราะปัญหาเศรษฐกิจและสังคมยุคนี้สาหัสทีเดียวค่ะ ต้องต่อสู้กันมากขึ้นทำให้จิตใจผุ้คนหดหู่ไม่แจ่มใส เจ้าหมียวและเจ้าตูบหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่คุณเลี้ยงไว้จะช่วยทำให้ชีวิตเราแจ่มใสขึ้นนะคะ วันนี้จึงเอาข้อมูลเรื่องพลังจากสัตว์เลี้ยง ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการเลี้ยงสัตว์มาฝากค่ะ

           - สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยปลอบโยนจิตใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอม สวยหรือไม่สวย จนหรือรวย มันก็ซื่อสัตย์ต่อคุณเสมอ ความรู้สึกนี้จึงส่งผลต่อความรู้สึกของคน ดังนั้น คนที่มีสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะจิตใจได้รับการปลอบโยนอยู่เสมอ และจากการศึกษาของนักจิตวิทยาและผู้ดูแลคนชราพบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยให้คนหัวเราะ ยิ้ม และ สุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
          - ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ เด็กชนบทมักไม่ค่อยเป็นโรคภูมิแพ้จากฟางหรือละอองเกสรดอกไม้ และโรคหืด ในขณะที่เด็กในเมืองที่มีน้องหมาก็ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ยกเว้นเด็กเล็กๆ ที่เล่นกับแมวก็มีความเสี่ยงสูงกับโรคภูมิแพ้ได้
          - ดีสำหรับหัวใจ การออกไปเดินเล่นกับน้องหมาทุกวันช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดลม กล้ามเนื้อและข้อต่อ แถมยังช่วยให้ร่างกายฟิต กระฉับกระเฉง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ต้องไปพบแพทย์บ่อย ไม่มีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลต่ำ ในขณะผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงมักป่วยไปพบแพทย์มีจำนวนมากกว่า 18%
          - ช่วยให้รู้สึกสุขสงบ สัตว์เลี้ยงมีความสงบสุขตามวิถีชีวิตของมัน หากใครได้ลูบไล้น้องเหมียวก็เปรียบเสมือนกับการไล่ความเครียดออกจากจิตใจ ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นช้าลง ประสาทมีความสงบนานขึ้น และป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตพุ่งสูงเร็ว นอกจากนี้ ปลาสีสวยๆ ในอ่างเลี้ยงปลาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา ตามคลินิกทันตแพทย์บางแห่งในยุโรปจึงนิยมเลี้ยงปลาไว้ปลอบใจคนไข้
          - เป็นเพื่อนยามรู้สึกกลัว ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่หายกลัวเมื่อมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น น้องหมาในห้องเรียนก็ช่วยลดความกลัวได้ นอกจากนี้ การรักษาด้วยการขี่ม้าก็ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น เพราะทำให้คนรับรู้ความเข้มแข็งของตนเอง และฝึกฝนความสามารถทางสังคม ดังนั้น สัตว์เลี้ยงจึงช่วยพัฒนาเด็กๆ นั่นคือเด็กๆ ได้เรียนรู้ความรับผิดชอบและมีประสบการณ์กับการเล่นกับสัตว์เลี้ยง
          - ช่วยให้พบเพื่อนใหม่ๆ ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวช่วยเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้คนได้เท่ากับน้องหมาน้องแมว ลองเป็นเจ้าของน้องหมาน้องแมวดูสิคะ รับรองว่าคุณจะได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ และมีเพื่อนมากขึ้น 
ข้อมูลจาก: นิตยสาร Lisa

กิมจิอยากให้โลกนี้สงบสุขค่ะ (ออกแนวนางงาม เหอะๆ ) ก็ได้แต่หวังค่ะ ว่าอยากให้มีผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากๆ เผื่อเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มันจะช่วยกลอมเกลาจิตใจผู้คนส่งผลให้สังคมน่าอยู่มากขึ้นอ่ะค่ะ 

                                                                                                              
กิมจ๊อ & กิมิ           

<<< อ่านเรื่องก่อนหน้า 

อ่านเรื่องต่อไป >>>

ฝึกแมว: เจ้าเหมียวก็เรียกชื่อตัวเองได้ด้วยนะ

วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกฝนเจ้าเหมียวให้รู้จักชื่อตัวเองมาฝากค่ะ 

ด้วยนิสัยที่รักอิสระและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง…ของเจ้าเหมียว ถ้าบ้านไหนเจ้าของไม่เอาใจใส่ดูแลเค้า เจ้าเหมียวก็จะหนีจากเราไปซะเฉยๆ เพื่อหาเจ้าของใหม่ที่ให้ความอบอุ่นกับเค้าได้มากกว่า (หุหุ เลือกนายซะด้วยนะ) …หลายคนอาจจะได้เลี้ยงแมวโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความบังเอิ๊ญ บังเอิญ คุณไปเจอน้องแมวจรจัดเดินเตร็ดเตร่อยู่รั้วหน้าบ้านแล้วเผลอไปให้อาหารมันล่ะก็ มันจะทำเนียนยึดตรงนั้นเป็นที่ประจำการของมันซะเลย แล้วด้วยความสงสารคุณก็ไปให้อาหารบ่อยๆ เจ้าเหมียวก็จะกลายเป็นแมวของเราโดยไม่ได้ตั้งใจล่ะค่ะ พอเลี้ยงมันแล้วเกิดความรักใคร่เอ็นดูไม่อยากให้เค้าหนีจากเราไปเป็นแมวจรจัดอีก เราจึงควรฝึกให้น้องเหมียวรู้ว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน มีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ 

 

หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะฝึกได้หร๋อ..แมวเนี่ย ยืนยันว่าฝึกได้ค่ะ แต่ต้องอาศัยเวลาและใส่ใจกับเค้าค่ะ เริ่มต้นด้วยการฝึกเรียกชื่อโดยตั้งชื่อให้เค้าสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการจำค่ะ แล้วหมั่นเรียกเค้าบ่อย ๆ ถ้าเค้าเข้ามาหาก็ให้อาหารหรือรางวัลตอบแทน เพื่อให้เค้ารู้ว่าเค้าเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ แต่วิธีนี้จะใช้ได้เมื่อฝึกมาตั้งแต่เล็กๆ นะคะ ถ้าเป็นเจ้าเหมียวที่โตแล้วสักหน่อยอาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ค่ะ

มีข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้เขียนเรื่องเจ้าเหมียวจากปักกิ่งที่สามารถเรียกชื่อตัวเองได้ชัดเจนจนน่าประหลาดใจว่า แมวทั่วไปจะส่งเสียงร้องแค่ “เมี้ยว…เหมียว… แม้ว…หง่าว…” แต่เจ้าเหมียวอายุสองขวบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงคือ นายซัน ได้ตั้งชื่อให้มันว่า อากุ่ย สามารถเรียกชื่อตัวเองว่า “อากุ่ย” ได้เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อปลายปีเจ้าของได้จับอากุ่ยอาบน้ำจนตัวเปียกตกใจร้อง เมี๊ยววๆๆๆ แล้วตามด้วยเสียงขานชื่อตัวเอง “อากุ่ย” เจ้าของต๊กใจว่าทีแรกมันร้องว่าอะไรแน่ แต่พอเจ้าเหมียวร้องซ้ำอีกทำให้ถึงบางอ้อว่ามันเรียกชื่อตัวเองด้วยเสียงเล็กๆ คล้ายเสียงเด็ก ตั้งแต่นั้นมาเวลาตื่นเต้นตกใจ เช่น ถูกจับอาบน้ำ โดนหมอฉีดยา ออกไปเล่นนอกบ้าน แล้วเจอสิ่งที่น่ากลัว อากุ่ยจะขานชื่อตัวเองทุกที สัตวแพทย์ได้บอกกับนายซันเจ้าของว่าน้องเหมียวอากุ่ยได้ยินเรียกชื่อตัวเองซ้ำๆ จึงจำฝังใจ เวลาตกใจจึงส่งเสียงออกมาเป็นชื่อตัวเอง ลักษณะพิเศษของอากุ่ยคือฉลาด จำแม่น ผิดแมว ถ้าได้ฝึกเค้ามากขึ้นและเป็นระบบอาจพูดได้มากกว่านี้ก็เป็นได้นะคะ

เห็นมั๊ยคะถ้ามีการฝึกเจ้าเหมียวของคุณซ้ำๆ ด้วยทฤษฎีการตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข (งงกันล่ะสิคะว่าคืออะไรทฤษฎีนี้ก็คือเมื่อเค้าทำถูกก็ให้รางวัลทันทีและทุกครั้งหรือการสัมผัดเบา ๆ ที่ลำคอหรือลำตัวเป็นการบอกให้เค้ารู้ว่าเข้าใจถูกต้องแล้ว แต่เมื่อทำผิดก็ต้องลงโทษด้วยนะคะ) แล้วคุณจะสัมผัสได้กับความฉลาดไม่น้อยของเค้าเลยค่ะ ส่วนการฝึกอื่น ๆ เช่นการขับถ่าย การฝึกให้อยู่ร่วมกันกับคน จะมาบอกเล่าในครั้งต่อไปๆ นะคะ

ข้อมูลจาก: thairath.co.th 
รูปภาพจาก: flickr.com 

 
 กิมจ๊อ & กิมจิ         

<<< อ่านเรื่องก่อนหน้า 

อ่านเรื่องต่อไป >>>

เรื่องแมว แมว

 

วันนี้..มาบอกเล่าเรื่องราวแมวแมว ผ่าน blog แห่งนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพลินเพลินค่ะ

 

ก่อนอื่นขอบอกที่มาที่ไปของ blog นี้ก่อนค่ะว่าได้วาง concept ของ blog เอาไว้ว่าจะมาเล่าเรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับเจ้าเหมียว ให้เพื่อนๆ ที่รักเหมียวได้อ่านกัน แบบมีสาระบ้าง ไร้สาระ ก็ลองติดตามกันไปนะคะ โดยจะมีสองสาว กิมจ๊อ กะ กิมจิ มะ มาผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราวดีๆ สนุกๆ เกี่ยวกับเจ้าเหมียวค่ะ ก็แบบว่าเค้าว่ากันว่าผู้หญิงที่รักสัตว์หน่ะ มักจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ น่ารัก น่าเอ็นดู (หุหุ ) ส่วนผู้ชายที่รักแม่ รักครอบครัว และรักสัตว์ ก็ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ๊น อบอุ่น (จริงเปล่าไม่รู้)  กิมจิก็เลยอยากจะมีเสน่ห์กะเค้าบ้างอ่ะจิ (^_-) เลยพยายามหาข้อมูลเรื่องสัตว์เลี้ยงบวกกับความอยาก…จะลองเลี้ยงเอาไว้แก้เหงา แต่ก็ยังไม่พบว่าสัตว์ประเภทไหนที่ตัวเองจะสามารถเลี้ยงแล้วรอดได้เล้ยยย เฮ้ออ!! (ซึ่งปัจจุบันตัวเองยังเอาไม่รอดด้วย อิอิ)

 


รูปภาพจาก:flickr.com 

แล้วก็มาพบว่าเจ้าเหมียว หรือ แมวเหมียว เป็นสัตว์โลกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวล่ะค่ะ เพราะเจ้าเหมียวเหมาะมากค่ะที่จะอุปการะมันไว้เป็นเพื่อน เพราะเจ้าเหมียวจะชอบอยู่ชอบคลอเคลีย คลุกคลี กับเจ้าของที่ให้ความรัก ให้ความเป็นเพื่อนกับเค้า มีหลายๆ คนที่ไม่ชอบเจ้าเหมียวจะให้เหตุผลว่าแมวเป็นสัตว์ที่น่ากลัวเข้าใจยาก หยิ่ง พันแข้งพันขาน่ารำคาญ ไม่เหมือนน้องหมาที่เข้าใจง่ายกว่า เลยหันไปนิยมเลี้ยงน้องหมากัน อ่ะอันนี้เราก็เข้าใจก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนละค่ะ แต่กิมจิขอยืนยันค่ะว่ารักน้องแมวที่ซู้ดดด เพราะเสน่ห์ของน้องเหมียวก็คือ ความเฉลียวฉลาด ปราดเปรียวว่องไว รักบ้าน รักเจ้าของ มีความเป็นตัวของตัวเอง (หยิ่งซ้าา!) รู้จักคิด รู้จักประจบเอาใจ ถ้าเลี้ยงน้องเหมียวด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ก็จะรู้ว่าน้องเหมียวน่ะน่ารักทีเดียวเชียวค่ะ

 …..นั่งหาข้อมูลพันธุ์แมวเพลินๆ ไปเจอภาพเจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้แล้วตกใจ (โอ้มายก๊อด!!) ตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตาแมวขนฟูๆ เพราะว่ามันตัวใหญ่ม๊าก…พอได้อ่านก็ถึงบางอ้อ ว่าเจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้ คือแมวตัวเป็นๆ นี่เอง มีน้ำหนักตัวถึง 15.855 กิโลกรัม (โอ้ววว) เจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้มีชื่อว่า เจ้าโอราซิโอ ชาวบ้านแถวนั้นเรียกมันว่า “การ์ฟิลด์”  เป็นแมวอ้วนที่กินทุกอย่าง อาหารที่ชอบสุดของเจ้าโอราซิโอเป็นพวกแป้งอีกต่างหากแหน่ะ เลยทำให้มันใหญ่ได้ใจถึงขนาดนี้ ตอนนี้มันอายุ 3 ปีกว่าตัวยังขนาดนี้ ถ้าเจ้าของเลี้ยงไปสักสิบปี เจ้าเหมียวเจ้าโอราซิโออาจแปลงร่างเป็นหมูได้แน่ๆ งานนี้ก็เลยไม่รู้จะสงสารแมว หรือสงสารเจ้าของดีเลยค่ะ -_-“   ข้อมูลจาก:matichon.co.th

สุดท้ายของวันนี้มีรูปน้องเหมียวน่ารักจากบ้าน Meo มาฝากค่ะเจ้าของบอกว่ามันทั้งแสบทั้งซนเชียว วันหลังจะมาเล่าวีรกรรมฮาของเจ้าเหมียวพวกนี้ให้ฟังกันค่ะ อย่าลืมเข้ามาติดตามกันต่อไปได้ที่นี่นะคะ

  

  

 

 
              กิมจ๊อ & กิมจิ

 อ่านเรื่องต่อไป>>