Archive for August, 2008

แมวเปอร์เซีย

วันนี้นั่งทำงานอยู่เพลินๆ ได้ยินเสียง มี๊..มี๊ ๆ ๆ มาเดินใกล้ๆ เหลือบไปเห็นต๊ายย!!! คุงพี่กราฟฟิคประจำออฟฟิต อุ้มน้องเหมียวตัวกะจิ๊ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่มาจากหน้า JJ Mall พี่เค้าเป็นชายหนุ่มที่ร๊ากสาดด (รักสัตว์) เลี้ยงสารพัดสัตว์ ทั้งกบ เขียด กิ้งก่า หมา แมวสารพัด บอกว่าจะส่งให้แม่ (คุณ) ไปเลี้ยงที่เชียงใหม่ ขนานนามว่าเจ้าเหมียวตัวน้อยว่า เจ้าหญิง เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียอายุราวสองเดือน ขนฟู ฟ่อง ร้องมี๊ๆ ซุกซนเหมือนเด็กๆ

หยิบกล้องมาแชะ ๆ อ่ะแหม๋ น้องเหมียวบ้ากล้องเหมือนคนเลยแฮะ แอ็คท่าให้ถ่ายรูปซ้าาา…ประหนึ่งว่าผีนางแบบเข้าสิงเลยทีเดียว (หุหุ) office คึกคักกันใหญ่ล่ะค่ะ..ใครผ่านไปผ่านมาเป็นต้องแวะทักทายด้วยความน่ารักของเจ้าของ และของน้องแมว (หุหุ)

กิมจิเลยเก็บข้อมูลแมวพันธุ์เปอร์เซียมาฝากกันค่ะใครอยากเลี้ยงแมวพันธุ์นี้ลองศึกษานิสัยของมันดูก่อนนะคะว่าเค้าเหมาะที่กับเราหรือไม่

 

 

 

ข้อมูลแมว พันธุ์เปอร์เซีย (Persian)
แมวเปอร์เซียร์ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบ เปอร์เซียหรืออิหร่าน ถูกนำไปเลี้ยงในประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกาเป็นเวลาเกือบร้อยปีมาแล้ว สำหรับประเทศไทยจัดเป็นแมวต่างประเทศ พันธุ์แรกที่ถูกนำมาเผยแพร่ เนื่องจากเป็นแมวที่มีอุปนิสัยอ่อนโยน สุขุมเข้ากับคนง่าย มี ความร่าเริงซุกซน ชอบประจบประแจงและมีไหวพริบ

 

ลักษณะสายพันธุ์

สี :  มีหลายสี เช่น สีชา , สีน้ำตาล , สีเหลือง , สีน้ำเงิน
รูปร่างและขนาด :  ขนาด ลำตัวใหญ่กว่าแมวไทยเล็กน้อย และขนยาวนุ่มสลวยปกคลุมทั่วร่างกาย ศีรษะกลมและกว้าง ช่วงคอสั้น ใบหูเล็ก

 

 

 

ข้อมูลจาก: petloversclub.com
ข้อมูลพันธ์แมวอื่นๆ

 
           กิมจ๊อ & กิมจิ         

 

 
 

 

 

 

 
 
 
 
 
 

 

พลังจากน้องเหมียว

พลังจากน้องเหมียว

คุณ ๆ ทั้งหลายที่เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนรู้ใจไปไหนพกพามันไปด้วยรู้บ้างไหมคะ ว่ามันสามารถช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้เราได้ด้วยนะ เพราะคอยเป็นเพื่อนปลอบใจไม่ว่ายามเหงา ยามเศร้า หรือช่วงที่โดนแฟนทิ้ง (หุหุ) เค้ามีเวลาให้เราเสมอ ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงน้องหมาหรือน้องแมวเค้าจะช่วยทำให้จิตใจเราอ่อนโยนขึ้น มีพลังสู้ชีวิตขึ้นเพราะปัญหาเศรษฐกิจและสังคมยุคนี้สาหัสทีเดียวค่ะ ต้องต่อสู้กันมากขึ้นทำให้จิตใจผุ้คนหดหู่ไม่แจ่มใส เจ้าหมียวและเจ้าตูบหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่คุณเลี้ยงไว้จะช่วยทำให้ชีวิตเราแจ่มใสขึ้นนะคะ วันนี้จึงเอาข้อมูลเรื่องพลังจากสัตว์เลี้ยง ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการเลี้ยงสัตว์มาฝากค่ะ

           - สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยปลอบโยนจิตใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอม สวยหรือไม่สวย จนหรือรวย มันก็ซื่อสัตย์ต่อคุณเสมอ ความรู้สึกนี้จึงส่งผลต่อความรู้สึกของคน ดังนั้น คนที่มีสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะจิตใจได้รับการปลอบโยนอยู่เสมอ และจากการศึกษาของนักจิตวิทยาและผู้ดูแลคนชราพบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยให้คนหัวเราะ ยิ้ม และ สุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
          - ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ เด็กชนบทมักไม่ค่อยเป็นโรคภูมิแพ้จากฟางหรือละอองเกสรดอกไม้ และโรคหืด ในขณะที่เด็กในเมืองที่มีน้องหมาก็ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ยกเว้นเด็กเล็กๆ ที่เล่นกับแมวก็มีความเสี่ยงสูงกับโรคภูมิแพ้ได้
          - ดีสำหรับหัวใจ การออกไปเดินเล่นกับน้องหมาทุกวันช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดลม กล้ามเนื้อและข้อต่อ แถมยังช่วยให้ร่างกายฟิต กระฉับกระเฉง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ต้องไปพบแพทย์บ่อย ไม่มีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลต่ำ ในขณะผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงมักป่วยไปพบแพทย์มีจำนวนมากกว่า 18%
          - ช่วยให้รู้สึกสุขสงบ สัตว์เลี้ยงมีความสงบสุขตามวิถีชีวิตของมัน หากใครได้ลูบไล้น้องเหมียวก็เปรียบเสมือนกับการไล่ความเครียดออกจากจิตใจ ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นช้าลง ประสาทมีความสงบนานขึ้น และป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตพุ่งสูงเร็ว นอกจากนี้ ปลาสีสวยๆ ในอ่างเลี้ยงปลาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา ตามคลินิกทันตแพทย์บางแห่งในยุโรปจึงนิยมเลี้ยงปลาไว้ปลอบใจคนไข้
          - เป็นเพื่อนยามรู้สึกกลัว ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่หายกลัวเมื่อมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น น้องหมาในห้องเรียนก็ช่วยลดความกลัวได้ นอกจากนี้ การรักษาด้วยการขี่ม้าก็ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น เพราะทำให้คนรับรู้ความเข้มแข็งของตนเอง และฝึกฝนความสามารถทางสังคม ดังนั้น สัตว์เลี้ยงจึงช่วยพัฒนาเด็กๆ นั่นคือเด็กๆ ได้เรียนรู้ความรับผิดชอบและมีประสบการณ์กับการเล่นกับสัตว์เลี้ยง
          - ช่วยให้พบเพื่อนใหม่ๆ ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวช่วยเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้คนได้เท่ากับน้องหมาน้องแมว ลองเป็นเจ้าของน้องหมาน้องแมวดูสิคะ รับรองว่าคุณจะได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ และมีเพื่อนมากขึ้น 
ข้อมูลจาก: นิตยสาร Lisa

กิมจิอยากให้โลกนี้สงบสุขค่ะ (ออกแนวนางงาม เหอะๆ ) ก็ได้แต่หวังค่ะ ว่าอยากให้มีผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากๆ เผื่อเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มันจะช่วยกลอมเกลาจิตใจผู้คนส่งผลให้สังคมน่าอยู่มากขึ้นอ่ะค่ะ 

                                                                                                              
กิมจ๊อ & กิมิ           

<<< อ่านเรื่องก่อนหน้า 

อ่านเรื่องต่อไป >>>

ฝึกแมว: เจ้าเหมียวก็เรียกชื่อตัวเองได้ด้วยนะ

วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกฝนเจ้าเหมียวให้รู้จักชื่อตัวเองมาฝากค่ะ 

ด้วยนิสัยที่รักอิสระและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง…ของเจ้าเหมียว ถ้าบ้านไหนเจ้าของไม่เอาใจใส่ดูแลเค้า เจ้าเหมียวก็จะหนีจากเราไปซะเฉยๆ เพื่อหาเจ้าของใหม่ที่ให้ความอบอุ่นกับเค้าได้มากกว่า (หุหุ เลือกนายซะด้วยนะ) …หลายคนอาจจะได้เลี้ยงแมวโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความบังเอิ๊ญ บังเอิญ คุณไปเจอน้องแมวจรจัดเดินเตร็ดเตร่อยู่รั้วหน้าบ้านแล้วเผลอไปให้อาหารมันล่ะก็ มันจะทำเนียนยึดตรงนั้นเป็นที่ประจำการของมันซะเลย แล้วด้วยความสงสารคุณก็ไปให้อาหารบ่อยๆ เจ้าเหมียวก็จะกลายเป็นแมวของเราโดยไม่ได้ตั้งใจล่ะค่ะ พอเลี้ยงมันแล้วเกิดความรักใคร่เอ็นดูไม่อยากให้เค้าหนีจากเราไปเป็นแมวจรจัดอีก เราจึงควรฝึกให้น้องเหมียวรู้ว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน มีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ 

 

หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะฝึกได้หร๋อ..แมวเนี่ย ยืนยันว่าฝึกได้ค่ะ แต่ต้องอาศัยเวลาและใส่ใจกับเค้าค่ะ เริ่มต้นด้วยการฝึกเรียกชื่อโดยตั้งชื่อให้เค้าสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการจำค่ะ แล้วหมั่นเรียกเค้าบ่อย ๆ ถ้าเค้าเข้ามาหาก็ให้อาหารหรือรางวัลตอบแทน เพื่อให้เค้ารู้ว่าเค้าเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ แต่วิธีนี้จะใช้ได้เมื่อฝึกมาตั้งแต่เล็กๆ นะคะ ถ้าเป็นเจ้าเหมียวที่โตแล้วสักหน่อยอาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ค่ะ

มีข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้เขียนเรื่องเจ้าเหมียวจากปักกิ่งที่สามารถเรียกชื่อตัวเองได้ชัดเจนจนน่าประหลาดใจว่า แมวทั่วไปจะส่งเสียงร้องแค่ “เมี้ยว…เหมียว… แม้ว…หง่าว…” แต่เจ้าเหมียวอายุสองขวบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงคือ นายซัน ได้ตั้งชื่อให้มันว่า อากุ่ย สามารถเรียกชื่อตัวเองว่า “อากุ่ย” ได้เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อปลายปีเจ้าของได้จับอากุ่ยอาบน้ำจนตัวเปียกตกใจร้อง เมี๊ยววๆๆๆ แล้วตามด้วยเสียงขานชื่อตัวเอง “อากุ่ย” เจ้าของต๊กใจว่าทีแรกมันร้องว่าอะไรแน่ แต่พอเจ้าเหมียวร้องซ้ำอีกทำให้ถึงบางอ้อว่ามันเรียกชื่อตัวเองด้วยเสียงเล็กๆ คล้ายเสียงเด็ก ตั้งแต่นั้นมาเวลาตื่นเต้นตกใจ เช่น ถูกจับอาบน้ำ โดนหมอฉีดยา ออกไปเล่นนอกบ้าน แล้วเจอสิ่งที่น่ากลัว อากุ่ยจะขานชื่อตัวเองทุกที สัตวแพทย์ได้บอกกับนายซันเจ้าของว่าน้องเหมียวอากุ่ยได้ยินเรียกชื่อตัวเองซ้ำๆ จึงจำฝังใจ เวลาตกใจจึงส่งเสียงออกมาเป็นชื่อตัวเอง ลักษณะพิเศษของอากุ่ยคือฉลาด จำแม่น ผิดแมว ถ้าได้ฝึกเค้ามากขึ้นและเป็นระบบอาจพูดได้มากกว่านี้ก็เป็นได้นะคะ

เห็นมั๊ยคะถ้ามีการฝึกเจ้าเหมียวของคุณซ้ำๆ ด้วยทฤษฎีการตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข (งงกันล่ะสิคะว่าคืออะไรทฤษฎีนี้ก็คือเมื่อเค้าทำถูกก็ให้รางวัลทันทีและทุกครั้งหรือการสัมผัดเบา ๆ ที่ลำคอหรือลำตัวเป็นการบอกให้เค้ารู้ว่าเข้าใจถูกต้องแล้ว แต่เมื่อทำผิดก็ต้องลงโทษด้วยนะคะ) แล้วคุณจะสัมผัสได้กับความฉลาดไม่น้อยของเค้าเลยค่ะ ส่วนการฝึกอื่น ๆ เช่นการขับถ่าย การฝึกให้อยู่ร่วมกันกับคน จะมาบอกเล่าในครั้งต่อไปๆ นะคะ

ข้อมูลจาก: thairath.co.th 
รูปภาพจาก: flickr.com 

 
 กิมจ๊อ & กิมจิ         

<<< อ่านเรื่องก่อนหน้า 

อ่านเรื่องต่อไป >>>

เรื่องแมว แมว

 

วันนี้..มาบอกเล่าเรื่องราวแมวแมว ผ่าน blog แห่งนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพลินเพลินค่ะ

 

ก่อนอื่นขอบอกที่มาที่ไปของ blog นี้ก่อนค่ะว่าได้วาง concept ของ blog เอาไว้ว่าจะมาเล่าเรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับเจ้าเหมียว ให้เพื่อนๆ ที่รักเหมียวได้อ่านกัน แบบมีสาระบ้าง ไร้สาระ ก็ลองติดตามกันไปนะคะ โดยจะมีสองสาว กิมจ๊อ กะ กิมจิ มะ มาผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราวดีๆ สนุกๆ เกี่ยวกับเจ้าเหมียวค่ะ ก็แบบว่าเค้าว่ากันว่าผู้หญิงที่รักสัตว์หน่ะ มักจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ น่ารัก น่าเอ็นดู (หุหุ ) ส่วนผู้ชายที่รักแม่ รักครอบครัว และรักสัตว์ ก็ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ๊น อบอุ่น (จริงเปล่าไม่รู้)  กิมจิก็เลยอยากจะมีเสน่ห์กะเค้าบ้างอ่ะจิ (^_-) เลยพยายามหาข้อมูลเรื่องสัตว์เลี้ยงบวกกับความอยาก…จะลองเลี้ยงเอาไว้แก้เหงา แต่ก็ยังไม่พบว่าสัตว์ประเภทไหนที่ตัวเองจะสามารถเลี้ยงแล้วรอดได้เล้ยยย เฮ้ออ!! (ซึ่งปัจจุบันตัวเองยังเอาไม่รอดด้วย อิอิ)

 


รูปภาพจาก:flickr.com 

แล้วก็มาพบว่าเจ้าเหมียว หรือ แมวเหมียว เป็นสัตว์โลกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวล่ะค่ะ เพราะเจ้าเหมียวเหมาะมากค่ะที่จะอุปการะมันไว้เป็นเพื่อน เพราะเจ้าเหมียวจะชอบอยู่ชอบคลอเคลีย คลุกคลี กับเจ้าของที่ให้ความรัก ให้ความเป็นเพื่อนกับเค้า มีหลายๆ คนที่ไม่ชอบเจ้าเหมียวจะให้เหตุผลว่าแมวเป็นสัตว์ที่น่ากลัวเข้าใจยาก หยิ่ง พันแข้งพันขาน่ารำคาญ ไม่เหมือนน้องหมาที่เข้าใจง่ายกว่า เลยหันไปนิยมเลี้ยงน้องหมากัน อ่ะอันนี้เราก็เข้าใจก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนละค่ะ แต่กิมจิขอยืนยันค่ะว่ารักน้องแมวที่ซู้ดดด เพราะเสน่ห์ของน้องเหมียวก็คือ ความเฉลียวฉลาด ปราดเปรียวว่องไว รักบ้าน รักเจ้าของ มีความเป็นตัวของตัวเอง (หยิ่งซ้าา!) รู้จักคิด รู้จักประจบเอาใจ ถ้าเลี้ยงน้องเหมียวด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ก็จะรู้ว่าน้องเหมียวน่ะน่ารักทีเดียวเชียวค่ะ

 …..นั่งหาข้อมูลพันธุ์แมวเพลินๆ ไปเจอภาพเจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้แล้วตกใจ (โอ้มายก๊อด!!) ตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตาแมวขนฟูๆ เพราะว่ามันตัวใหญ่ม๊าก…พอได้อ่านก็ถึงบางอ้อ ว่าเจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้ คือแมวตัวเป็นๆ นี่เอง มีน้ำหนักตัวถึง 15.855 กิโลกรัม (โอ้ววว) เจ้าเหมียวยักษ์ตัวนี้มีชื่อว่า เจ้าโอราซิโอ ชาวบ้านแถวนั้นเรียกมันว่า “การ์ฟิลด์”  เป็นแมวอ้วนที่กินทุกอย่าง อาหารที่ชอบสุดของเจ้าโอราซิโอเป็นพวกแป้งอีกต่างหากแหน่ะ เลยทำให้มันใหญ่ได้ใจถึงขนาดนี้ ตอนนี้มันอายุ 3 ปีกว่าตัวยังขนาดนี้ ถ้าเจ้าของเลี้ยงไปสักสิบปี เจ้าเหมียวเจ้าโอราซิโออาจแปลงร่างเป็นหมูได้แน่ๆ งานนี้ก็เลยไม่รู้จะสงสารแมว หรือสงสารเจ้าของดีเลยค่ะ -_-“   ข้อมูลจาก:matichon.co.th

สุดท้ายของวันนี้มีรูปน้องเหมียวน่ารักจากบ้าน Meo มาฝากค่ะเจ้าของบอกว่ามันทั้งแสบทั้งซนเชียว วันหลังจะมาเล่าวีรกรรมฮาของเจ้าเหมียวพวกนี้ให้ฟังกันค่ะ อย่าลืมเข้ามาติดตามกันต่อไปได้ที่นี่นะคะ

  

  

 

 
              กิมจ๊อ & กิมจิ

 อ่านเรื่องต่อไป>>